ดูบอลออนไลน์

มวยพักยก

SBOBET

UFABET

poker online

ufa

ufabet

sagame

baccarat

คาสิโนออนไลน์

joker123

คาสิโนออนไลน์

pgslot

บาคาร่า

UFABET

UFABET

slotxo

ดูหนังออนไลน์

มังงะ

ผลบอลสด

บาคาร่า

kardinal stick

บุหรี่ไฟฟ้า

เฟอร์นิเจอร์

ที่นอน

รับทำเสื้อ

รับผลิตอาหารเสริม

ปูนปั้น

กลยุทธ์การลงทุน หุ้นแนะนำ ต.ค. - สะสมหุ้นเปิดเมืองในช่วงที่ตลาดผันผวน

  • 0 Replies
  • 948 Views
*

Cindy700

  • *****
  • 5397
    • View Profile
พอร์ตหุ้นเดือนกันยายนลดลง 0.7% แต่ยังดีกว่าตลาดโดยรวมเล็กน้อยในเดือนกันยายน การปรับตัวของดัชนี SET น่าผิดหวังเนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ได้แก่ จังหวะการลดขนาด QE และการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed รวมถึงปัญหาหนี้ของ China Evergrande Group ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าพัฒนาการด้านบวกของสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศและการผ่อนคลายมาตรการคุมโรคระบาด ทั้งนี้ ในเดือนกันยายน มีเจ้าหน้าที่ Fed ออกมาเตือนสองสามรอบว่าเงินเฟ้ออาจจะยังค้างอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรวิ่งขึ้นแรงในช่วงปลายเดือน ส่งผลให้ดัชนี dollar index ขยับขึ้นผิดคาด และกดดันมูลค่าหุ้นในเชิงของ earnings yield gap (EYG) สำหรับตลาดภายในประเทศ หุ้นขนาดใหญ่ที่มี free float ต่ำเคลื่อนไหวแบบผันผวนหลังจากที่ ตลท. เปิดเผยว่ามีแผนจะปรับเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นเข้ามาในดัชนี SET50, SET100 และการคำนวณดัชนีต่าง ๆ ของตลาด

พอร์ตหุ้นของเราลดลง 0.7% ในเดือนกันยายน แต่ยัง outperform ดัชนี SET อยู่เล็กน้อย โดย KBANK* (+9.4%) เป็นตัวหลักที่ช่วยพยุบพอร์ตหุ้นของเราเอาไว้ โดยขึ้นตามความคาดหวังด้านบวกต่อกลุ่มธนาคารหลังจากที่ SCB* ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจขนานใหญ่ ส่วนหุ้นอื่น ๆ ในธีม re-opening ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ซึ่งถือว่าน่าผิดหวัง ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนสะสม YTD ของพอร์ตหุ้นของเราอยู่ที่ 12.4% ดีกว่าของดัชนี SET ที่เพิ่มขึ้น 11.3% เล็กน้อย

 
มุมมองตลาดเดือนตุลาคม: ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แนะนำซื้อสะสมช่วงตลาดผันผวน
ในเดือนตุลาคม เราคาดว่าดัชนี SET จะยังคงผันผวนต่อเนื่อง และน่าจะพักฐานในช่วงครึ่งแรกของเดือนเพราะความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกทั้งจากสหรัฐ และจีน ซึ่งจะฉุดรั้งสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมเอาไว้เราคาดว่าการต่อรองในสภา congress ของสหรัฐในประเด็นงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล, เพดานหนี้และแผนการขึ้นภาษีจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในช่วงกลางเดือนตุลาคม ในขณะที่ China Evergrande Group อาจจะเข้าสู่สถานะ default ถ้าหากไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ได้ภายในสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้นักลงทุนซื้อสะสมในช่วงที่ตลาดผันผวนจากสองเหตุผลด้วยกัน ข้อแรก ปัจจัยภายนอกน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่ FOMC ไม่มีกำหนดประชุมในเดือนนี้ ดังนั้นความกังวลเกี่ยวกับ dot-plot ของ Fed และการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐน่าจะลดลงข้อที่สอง สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศ และการกระจายวัคซีนมีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำให้แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2565 มี upside มากขึ้น ซึ่งจะช่วยดึงดูดกระแสเงินทุนทั้งในระยะกลาง และระยะยาวให้กลับเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดัชนี SET ถูกกระทบจากปัจจัยมหภาคภายนอก

 
ธีมหุ้นเดือนตุลาคม: เน้นหุ้นธนาคารใหญ่, หุ้นในธีม reopening และหุ้นขนาดกลางที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง เนื่องจากเราคาดว่าดัชนี SET จะฟื้นตัวได้ในเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่ถูกฉุดโดยปัจจัยมหภาคโลก และธีมการเปิดประเทศของไทยจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ดังนั้น เราจึงยังคงมองบวกกับหุ้นธนาคารใหญ่อย่างเช่น BBL* และ KBANK* รวมถึงหุ้น domestic ในธีม reopening อย่างเช่น BEM*, CPN*, MAJOR* และ SPA ในขณะเดียวกัน เราได้เพิ่ม ORI* เข้ามาในพอร์ตของเรา เนื่องจากเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง และกำไรมีแนวโน้มแข็งแกร่งในปี 2564-65